นักศึกษาชาย ที่มีอายุ20 ย่าง 21 ปี(นับปี พ.ศ. ปัจจุบัน ลบ ปีพ.ศ. เกิด) และกำลังศึกษาอยู่ ไม่ได้เรียนวิชาทหาร (รด.) ต้องมาดำเนินการยื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร  หากนักศึกษาไม่มาดำเนินการยื่นเอกสารขอผ่อนผัน หรือมาดำเนินการยื่นเอกสารไม่ทันที่สถาบันกำหนด หากถูกคัดเลือกเข้ากองประจำการ จะไม่สามารถผ่อนผันเพื่อลาศึกษาต่อได้ ต้องเข้ารับราชการทหารทันที  หากนักศึกษามีข้อสงสัย สอบถามได้ที่

สำนักงานกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ชั้น 4 อาคารสำนักงานอธิการบดี โทร.023298142

ว่าที่ร้อยตรี อภิชัย   แส้ทอง  โทร.084-139-6929

1.คำร้องขอผันผันการเกณฑ์ทหาร

2.สำเนา สด.9 (หน้า-หลัง) จำนวน 3 ฉบับ

3.สำเนา สด.35 (หมายเรียก) จำนวน 3 ฉบับ ติดต่อขอรับได้ที่สัสดีอำเภอ/สัสดีเขต ตามภูมิลำเนาทหาร

4.สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 3 ฉบับ

5.สำเนาบัตรนักศึกษา จำนวน 3 ฉบับ

6.สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 3 ฉบับ

7.หนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษา ฉบับจริง 1 ฉบับ และสำเนาอีก 2 ฉบับ (ขอรับได้ที่ ชั้น 2

สำนักทะเบียนและประมวลผล อาคารสำนักงานอธิการบดี) มีค่าธรรมเนียม 50 บาท

หมายเหตุ (ยื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหารได้ที่ สำนักงานกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์)

ชั้น 4 อาคารสำนักงานอธิการบดี ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2563

1.ประมาณกลางเดือนมีนาคม ของทุกปี ให้ผู้ขอผ่อนผันฯตรวจสอบรายผ่อนผันที่สัสดีเขต/อำเภอ ของตน ว่ามีรายชื่อตัวเองผ่อนผันหรือไม่

1.1 ถ้ามีชื่อตัวเองผ่อนผัน ให้รอไปรายงานตัวในวันตรวจเลือก(ตามสด.35)

         1.2 ถ้าไม่มีชื่อตัวเองผ่อนผัน ให้โหลดเอกสารผ่อนผัน ที่นี่ เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูในวันตรวจเลือก

2.การยื่นเอกสารขอผ่อนผันการเกณฑ์ทหาร ยื่นเอกสารครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้นหากนักศึกษายังไม่สำเร็จการศึกษาให้ปฏิบัติตามข้อ1.

(ไม่ต้องยื่นเอกสารคำร้องอีก)

3.หากเปลี่ยนสถานศึกษา/คณะ/เปลี่ยนหลักสูตรจากปริญญาตรีเป็นปริญญาโท  ต้องยื่นเอกสารคำร้องขอผ่อนผันเกณฑ์ทหารใหม่

4.ในวันที่นักศึกษาไปแสดงตัวในวันตรวจเลือก เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียก(สด.35)ปีถัดไปให้นักศึกษาเก็บไว้

5.หากนักศึกษาไม่ไปแสดงตัวในวันตรวจเลือก ถือมีความผิด ต้องระวางโทษปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

6.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ งานวิชาทหาร ว่าที่ร.ต.อภิชัย   แส้ทอง โทรศัพท์ 02-3298000

ต่อ 3243 สายตรง 02-3298142  มือถือ 084-139-6929

การแจ้งขอขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน

  • เป็นชายสัญชาติไทย
  • มีอายุครบ 17 ปี (ในปีที่แจ้งขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน)
  • บุคคลซึ่งยังไม่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามระยะเวลาที่กำหนด และอายุยังไม่ถึง 46 ปี ยังคงต้องลงบัญชีทหารกองเกิน
  • ใบสูติบัตร(ใบเกิด) หรือ บัตรประจำตัวประชาชน ของผู้แจ้งขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริงที่มีชื่อของผู้แจ้ง
  • ทะเบียนบ้านฉบับจริงที่มีชื่อของ บิดา มารดา ของผู้แจ้ง
  • ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (กรณีบิดา มารดา เป็นบุคคลต่างด้าว)
  • หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือใบมรณบัตร (กรณีบิดามารดาเสียชีวิต)
  • ผู้แจ้งรายงานตัวเพื่อแจ้งขอขึ้นทะเบียนทหารกองเกินต่อนายอำเภอในท้องที่พร้อมเอกสารหลักฐาน
  • เมื่อแจ้งขอขึ้นทะเบียนทหารกองเกินต่อนายอำเภอในท้องที่แล้ว นายอำเภอท้องที่จะทำการตรวจสอบหลักฐานเอกสาร เมื่อเห็นว่าถูกต้องจะลงบัญชีทหารกองเกินและออกใบสำคัญทหารกองเกินแบบ สด.9 ให้เป็นหลักฐาน

กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย

    • ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ ให้ลงบัญชีที่อำเภอที่บิดามีภูมิลำเนาอยู่ (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าบิดาเสียชีวิต ให้ลงบัญชีที่อำเภอที่มารดามีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าทั้งบิดาและมารดาเสียชีวิต แต่มีผู้ปกครอง ให้ลงบัญชีที่อำเภอที่ผู้ปกครองมีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าบิดามารดา หรือผู้ปกครอง เสียชีวิต ให้ลงบัญชีที่เขตหรืออำเภอท้องที่ที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านก็ให้ลงบัญชีที่อำเภอท้องที่อยู่ในปัจจุบัน

กรณีบิดาและมารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย

    • กรณีที่บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร ให้ลงบัญชี อำเภอที่บิดามีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าบิดา มารดามิได้จดทะเบียนสมรส และบิดามิได้จดทะเบียนรับรองบุตร ให้ลงบัญชี อำเภอที่มารดามีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้ามารดาเสียชีวิต ให้ลงบัญชีที่อำเภอที่ผู้ปกครองมีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าไม่เข้ากรณีดังกล่าวเลย ให้ลงบัญชีที่เขตหรืออำเภอท้องที่ที่ตนมีภูมิลำเนา (มีชื่อตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านให้ลงบัญชีที่อำเภอท้องที่อยู่ในปัจจุบัน

กรณีบิดาและมารดาจดทะเบียนหย่าในภายหลัง

    • ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ ให้ลงบัญชีที่อำเภอที่บิดามีภูมิลำเนาอยู่ (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ถ้าบิดาเสียชีวิต ให้ลงบัญชีที่อำเภอที่มารดามีภูมิลำเนา (มีชื่ออยู่ตามทะเบียนบ้าน)
    • ในกรณีที่บิดา มารดาได้จดทะเบียนหย่าในภายหลัง ให้ดูหลักฐานในบันทึกการหย่าว่าบุตรอยู่ในความปกครองของใคร ก็ให้ไปขึ้นทะเบียนทหารกองเกินที่อำเภอ / เขตที่บิดาหรือมารดา มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
  • หากมาขอลงบัญชีทหารกองเกินก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการฟ้องร้องและจับกุม บทลงโทษจะลดลงเหลือเพียงจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยส่งให้พนักงานสอบสวน คือ ตำรวจเป็นผู้ปรับเงิน
  • หากทางอำเภอหรือเจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • หากหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่เข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร หรือทดลองความพรั่งพร้อม หรือในการระดมพล ต้องมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 4 ปี
thTH
en_USEN thTH